

การบรรยาย (Lecture) การแสดงบทบาทสมมุติ (Role-playing) การอภิปรายกลุ่ม (Group discussion) การศึกษากรณี (Case study) การอภิปรายถกเถียง (Buzz group) การสาธิต (Demonstration) การอภิปรายหมู่ (Panel Discussion) การสัมภาษณ์ (Interview) การบรรยายหมู่ (Symposium) การสัมมนา (Seminar) การระดมสมอง (Brain storming) การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work shop)







การบรรยาย (Lecture)
หมายถึง "การเสนอเรื่องราว เนื้อหาความรู้ ข่าวสาร หรือทัศนคติต่างๆโดยมีวัตถุประสงค์ จะให้ผู้อื่นเข้าใจหรือยอมรับข้อความหรือเรื่องราวที่ผู้พูดหรือผู้สอนเสนอให้" โดยทั่วไปเหมาะที่จะใช้เพื่อเป็นการแจ้งหรือกระตุ้นชักชวนและให้มีอิทธิพลโน้มน้าวทัศนคติของผู้ฟัง วิธีนี้ถ้าหากผู้บรรยายเตรียมตัวมาไม่ดีพอขาดประสบการณ์หรือขาดการฝึกฝนอาจสร้างความเบื่อหน่ายต่อผู้ฟัง เพราะเปิดโอกาสให้ผู้ฟังมีปฏิกริยาตอบสนองน้อยหรือไม่มีเลยดังนั้นการนำกิจกรรมการบรรยาย มาใช้จึงควรพิจารณาดังนี้
- ความรู้ความเชี่ยวชาญของผู้บรรยายผู้บรรยายควรมีความรอบรู้ในเรื่องนั้นๆ ลึกซึ้งมากพอสมควรเมื่อเทียบกับผู้ฟัง
- ขนาดของผู้รับการอบรม เหมาะสำหรับผู้ฟังมีจำนวนมาก
- เวลาในการฝีกอบรม เหมาะกับการฝึกอบรมที่มีระยะเวลาจำกัด
- ความพรักพร้อมในด้านเอกสารสำหรับการศึกษาค้นคว้า และในด้านวัสดุอุปกรณ์ ถ้าผู้เข้ารับการอบรมมีพื้นฐานความรู้มาก่อนอย่างเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการบรรยาย
- ลักษณะของข่าวสารที่ต้องการจะถ่ายทอดไปให้ผู้เข้ารับการอบรม เรื่องราวหรือข่าวสารที่ต้องการถ่ายทอดมีลักษณะเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นการพรรณนา

การอภิปรายกลุ่ม (Group Discussion)
หมายถึง การที่กลุ่มบุคคลที่มีความสนใจหรือมีผลประโยชน์ร่วมกันมาประชุมปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาหรือหาวิธีการสร้างสรรค์การทำงานของหมู่คณะ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นหลักกการสำคัญของการอภิปรายกลุ่มคือ "สมาชิกของกลุ่มทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกันมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระ" แต่การใช้สิทธินั้นไม่ใช่เป็นการแข่งขันหรือมุ่งที่จะเฉือดเฉือนกันด้วยคำพูด ความคิดเห็นนั้นจะต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริง

การอภิปรายถกเถียง (Buzz Group Method)
เป็นการอภิปรายกลุ่มย่อยแบบหนึ่งโดยจัดแบ่งสมาชิกจากกลุ่มใหญ่ออกเป็นกลุ่มเล็กๆ กลุ่มละ 2-6 คน มีหัวข้อให้ไปพิจารณากลุ่มละหัวข้อซึ่งอาจจะเป็นหัวข้อเดียวกันหรือคนละประเด็นก็ได้ ใช้เวลาในการอภิปรายเพียงเล็กน้อยประมาณ 5-20 นาทีเหมาะสำหรับกลุ่มของสมาชิก ที่มีความแตกต่าางกันในด้านพื้นฐานความรู้ ภูมิหลังหรือทัศนะความคิดเห็น
การอภิปรายหมู่ (Panel Discussion)
หมายถึง กลุ่มของผู้ทรงคุณวุฒิตั้งแต่ 3-7 คน ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์เกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นในการอภิปรายอย่างดี ได้มานั่งรวมกันอยู่ต่อหน้าผู้ฟังและทำการอภิปรายตามหัวข้อหรือประเด็นที่ได้รับมอบหมายอย่างมีระเบียบโดยทั่วไปแล้วการอภิปรายหมู่เป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป เพราะนอกจากผู้ฟังจะให้ฟังข้อเท็จจริง ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นที่อภิปรายแล้ว ยังจะได้เห็นได้ฟังท่านผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นใช้เหตุผลโต้แย้ง หรือสนับสนุนความคิดเห็นระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิด้วยกัน อันจะยังผลให้ผู้ฟังมีความคิดอ่านกว้างขวางออกไปอีกเป็นอันมาก

การบรรยายหมู่ (Symposium)
หมายถึง การบรรยายโดยกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญตั้งแต่ 2-5 คน และมีประธานเป็นผู้ดำเนินการแนะนำเรื่อง ที่จะพูดทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับกลุ่มผู้ฟัง อย่างเป็นทางการ

วิธีระดมสมอง (Brainstorming)
เป็นวิธีช่วยกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยให้แสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อหัวข้อที่จะอภิปรายอย่างเสรี และทั่วถึงกันทุกคน โดยไม่ต้องกังวลว่าความคิดนั้นจะถูกต้องหรือไม่ เพราะวิธีการนี้เน้นจำนวนของประมาณการแสดงความคิดเห็นมากกว่าคุณภาพ ต่อเมื่อได้ระดมความคิดเห็นไว้เป็นจำนวนมากพอแล้ว จึงค่อยมาอภิปรายเน้นความคิดเห็นที่กลุ่มเห็นว่าดีหรือเหมาะสมอีกทีหนึ่ง
วิธีนี้เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากสับสนเป็นวิธีการที่ยอมรับในหลักการว่า "หลายหัวดีกว่าหัวเดียว" และเหมาะสำหรับการส่งเสริมให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม นอกจากนี้ยังเป็นการสอนแนะให้รู้จักเคารพและยอมรับในความคิดเห็นของผู้อื่นอีกด้วย

การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)
เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดการเรียนรู้โดยการปฏิบัติวิธีหนึ่ง โดยมีการสร้างสภาพการณ์ช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมมีโอกาสประสบปัญหาต่างๆ ที่คล้ายของจริง และเข้าร่วมในการพิจารณาแก้ไขสภาพการณ์ดังกล่าวดังที่ตนคิดว่าจะทำได้
วัตถุประสงค์ของการใช้การแสดงบทบาทสมมติในการฝึกอบรมนี้ โดยทั่วไปนิยมใช้เกี่ยวกับการประชุมแก้ปัญหา การพัฒนาการทำงานฝึกฝนการวิเคราะห์และวิจารณ์ความคิดเห็นของผู้อื่น ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน

การศึกษากรณีตัวอย่าง (Case Study)
คือ การนำเอาเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องมาเสนอ ให้ผู้เข้ารับการอบรมพิจารณาศึกษาวิเคราะห์ ตลอดจนค้นหาวิธีแก้ปัญหานั้นเพื่อที่จะเป็นการเพิ่มพูนความรู้หรือพัฒนาทักษะตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยทั่วไปกรณีตัวอย่างจะสร้างจากข้อเท็จจริงที่นำมาปรุงแต่งให้เหมาะสม กับการที่จะใช้ประกอบการศึกษา
การศึกษาจากกรณีตัวอย่าง เป็นการเรียนรู้ที่มีลักษณะพิเศษกว่าการสอนธรรมดาคือ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีส่วนร่วมในการแสดงความรู้หรือทักษะด้วยตนเองอย่างได้ผลมาก เนื่องจากมีโอกาสอภิปรายความเห็นกันซึ่งทำให้ผู้อบรมและผู้เข้ารับการอบรมได้รู้ถึงระดับความรู้ความเข้าใจ ที่ให้ไปและที่ได้รับทั้งยังเป็นวิธีการนำสถานการณ์เข้ามาสู่การพิจารณาของบุคคลโดยสะดวกประหยัด และไม่เสี่ยงต่อความเสียหายเหมือนกับการนำบุคคลเข้าไปสู่สถานการณ์ที่เป็นอยู่จริงๆ เหมาะสำรับผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงหรือมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมาแล้ว

การสาธิต (Demonstration)
หมายถึงการแสดงเพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นวิธีประกอบกิจกรรมหรือการใช้กรรมวิธีพร้อมกับมีการอธิบาย หรือบรรยายประกอบไปด้วย
การสาธิตเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่มักใช้ประกอบการบรรยายเพื่อทำให้ผู้เข้ารับการอบรม เห็นวิธีการอย่างชัดเจนหลังจากนั้นอาจให้ผู้เรียนทำตามวิธีการดังกล่าว เหมาะสำหรับใช้ในบทเรียนที่ต้องการฝึกทักษะหรือให้เห็นเทคนิคหรือกระบวนการใหม่ เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติงานถูกต้องโดยมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

การสัมภาษณ์ (interview)
หมายถึง การซักถามเพื่อให้บุคคลหนึ่งได้แสดงแนวความคิดเพื่อเป็นการชี้แจงเรื่องราวข่าวสารข้อข้องใจต่างๆ ตามหัวข้อหรือจุดประสงค์ที่ต้องการ ในการฝึกอบรมใช้วิธีการสัมภาษณ์ใน 2 รูปแบบคือ
วัตถุประสงค์ของการสัมภาษณ์
- เพื่อให้ผู้ฟังหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้รู้จักบุคคลที่เชิญมาได้ดียิ่งขึ้น
- เพื่อให้ผู้ฟังได้ทราบความคิดเห็นของบุคคลกลุ่มที่ถูกเชิญมาสัมภาษณ์
- เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบข่าวสาร เรื่องราวน่ารู้น่าสนใจ

การสัมมนา(Seminar)
เป็นรูปแบบหนึ่งของการฝึกอบรมที่ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมไม่ค่อยเกิดความรู้สึกต่อต้านต่อการที่เข้ารับ "การฝึกอบรม" เพราะวิธีการของการสัมมนาค่อนข้างที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความภาคภูมิใจ เพราะทุกคนมีส่วนนร่วมในการที่ทำให้เกิดความรู้จากการ "ฝึกอบรม" นั้น
การสัมมนา หมายถึง กลุ่มของผู้เข้ารับการฝึกอบรมมาร่วมกันศึกษาค้นคว้าในหัวข้อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ภายใต้การแนะนำของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องนั้นๆโดยศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร หนังสือ หรือโดยการสังเกตการณ์ สัมภาษณ์ ฯลฯ เพื่อนำสิ่งที่ศึกษาค้นคว้ามาเสนอต่อวิทยากร และคนอื่นๆในกลุ่ม เพื่ออภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยมีวิทยากรเป็นผู้นำกลุ่มในการให้คำตอบตั้งคำถาม รวมทั้งช่วยให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแก่ผู้เข้ารับการอบรม
การสัมมนาต้องอาศัยผู้เข้ารับการอบรมที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการทำงานมามากพอสมควร จึงจะทำให้กล้าในการอภิปรายหรือร่วมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนั้นๆได้ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้แก่กัน และร่วมประมวลปัญหาอุปสรรคต่างๆของการปฏิบัติงาน เพื่อหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องแก้ปัญหา หรือวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมต่างๆ ของปัญหาเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด
วัตถุประสงค์ของการสัมมนา

การประชุมเชิงปฏิบัติการ(Work Shop)
คือ การอบรมในลักษณะเข้ม (intersive training course)โดยจะเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในด้านวิชาการและด้านปฏิบัติอย่างแท้จริง
การประชุมเชิงปฏิบัติการ เป็นรูปแบบหนึ่งของการฝึกอบรมที่ช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรม เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมนั้นๆอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการฝึกอบรมนี้เน้นทั้งด้านวิชาการ หรือทฤษฎี และด้านปฏิบัติ โดยคำนึงถึงการเสริมสร้างให้ผู้เข้ารับการอบรมนำสิ่งที่ตนเรียนรู้นั้นมาปฏิบัติ ในสถานการณ์ทำงานอันแท้จริงของเขาได้